Sat. Jul 2nd, 2022



โฆษกกรรมาธิการฯ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เผยผลสำรวจความเห็นทางเฟซบุ๊ก กว่าร้อยละ 70 เห็นว่าการกำหนดให้ปลูกกัญชาเพื่อในครัวเรือนไม่เกิน 10 ต้นไม่เพียงพอ ร้อยละ 52.40 เห็นว่าไม่ควรจำกัดจำนวน เตรียมเสนอเป็นข้อมูลให้กรรมาธิการฯ ใช้ประกอบการตัดสินใจ ย้ำต้องฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

วันนี้(24 มิ.ย.) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะโฆษกและกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ…. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์เกี่ยวกับผลการสำรวจความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กกรณีการกำหนดให้ปลูกกัญชาเพื่อใช้ในครัวเรือน(ไม่จำหน่าย)ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ต้น มีรายละเอีดระบุว่า สรุปผลการสำรวจความคิดเห็นในเฟซบุ๊กร้อยละ 52.40 เห็นว่าไม่ควรจำกัดจำนวน
 
สำหรับประเด็นการปลูกกัญชาไม่เกิน 10 ต้นนั้นตลอดวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พบว่า มีผู้แสดงความเห็นร้อยละ 70.66 เห็นว่า 10 ต้นไม่เพียงพอในการ “จดแจ้ง”เพื่อใช้ในครัวเรือน (ไม่มีการจำหน่าย) โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ที่เห็นว่าไม่ควรจำกัดจำนวนกัญชามากที่สุดร้อยละ 52.40 และเห็นว่าควรให้ปลูกได้มากว่า 10 ต้นร้อยละ 18.26


ในขณะที่มีผู้ที่เห็นว่าการจดแจ้งเพื่อปลูกได้ไม่เกิน 10 ต้น เหมาะสมและเพียงพอแล้วจำนวนร้อยละ 23.05 โดยมีผู้ที่เห็นว่าควรให้ปลูกกัญชาน้อยกว่า 10 ต้นหรือไม่ควรให้ปลูกเลยร้อยละ 3.29 และยังมีความเห็นอื่นๆ อีกประมาณร้อยละ 3 เช่น ควรนับจำนวนสมาชิกในครัวเรือน ควรคุมขนาดพื้นที่ และควรให้การปลูกในครัวเรือนขายได้ ฯลฯ

ผลสรุปการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวข้างต้นจะได้ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. เพื่อเป็นความเห็นส่วนหนึ่ง ในการประกอบความคิดเห็นและตัดสินใจต่อไป ส่วนคณะกรรมาธิการฯจะพิจารณาอย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าทางกรรมาธิการฯ ยังต้องฟังความเห็นอย่างรอบด้านทั้งข้อจำกัดการปฏิบัติตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 และกฎหมายพันธะผูกพันระหว่างประเทศอื่นๆ รวมทั้งความเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีห่วงใยในสังคมในมิติต่างๆ

ถึงเวลานี้กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากยังเห็นความจำเป็นว่า “การจำหน่าย” ทุกรูปแบบยังคงต้องมีการขออนุญาต เพื่อให้มีคำตอบต่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 จึงแตกต่างจากระท่อมที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดนี้ ตลอดจนยังต้องมีกฎกติกาในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน และประชาชนกลุ่มอื่นๆ เพียงแต่จะพยายามอำนวยความสะดวกให้ผู้จำหน่ายรายเล็ก (น้อยกว่า 5 ไร่)ให้ได้รับความสะดวกและมีภาระต่างๆ ให้น้อยที่สุด ภาระและความยุ่งยากทั้งหลายให้น้อยกว่าผู้ที่ปลูกขนาดใหญ่ โดยไม่เคยมีทิศทางว่าจะต้องการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนกลุ่มใดทั้งสิ้น

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอขอบคุณที่ร่วมแสดงความเห็นในการรับฟังความเห็นในครั้งนี้ และหากมีความเห็นอื่นใดในการแก้ไขเพิ่มเติมขอได้แสดงความเห็นกันเข้ามาได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างการพิจารณานี้



Source link

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error

Enjoy this blog? Please spread the word :)

  • Facebook573
  • Twitter790
  • RSS121
  • Follow by Email442
  • Pinterest655
Facebook573
Twitter790
RSS121
Follow by Email442
Pinterest655